Home ข้อคิดชีวิต วิธีสอนลูกให้คิดเป็น ฉลาด ให้เขาเป็นคนดี

วิธีสอนลูกให้คิดเป็น ฉลาด ให้เขาเป็นคนดี

4 second read
0
1
368

เด็กที่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 7-12 ปี ถือว่าเป็นเวลาที่พวกเขาจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เผชิญกับโลกภายนอก และลองปรับตัวให้เข้ากับสังคม ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกัน

หรือกับผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้น การเลี้ยงดูด้วยความใส่ใจจากคุณพ่อคุณแม่จะเป็นอีกหนึ่งต้นทุนสำคัญที่ช่วยให้ลูก ๆ ซึมซับ และเรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิต พร้อมสร้างบุคลิกภาพ

ที่มีทั้งความฉลาดทางสติปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ให้เด็ก ๆ เป็นที่รักของคนรอบข้าง และเติบโตขึ้นอย่างมีความสุขนั่นเองในบทความนี้เราจะมาแนะนำ

คุณพ่อคุณแม่ถึง 10 วิธีสอนลูกให้ฉลาด เก่งและเป็นคนดี แบบครบทุกด้านกันค่ะ

1) ฝึกการพูดคุย สื่ อ ส า ร อย่างเป็นกันเอง

การฝึกให้ลูกพูดคุยและ สื่ อ ส า ร ความต้องการของตัวเองออกมา จะช่วยให้พวกเขาได้ใช้ ก ล้ า ม เ นื้ อ ในการออกเสียงมากขึ้น ทั้งการสะกดคำ การเรียนรู้ศัพท์ใหม่ ๆ

และความกล้าแสดงออก นอกจากนี้ เด็กที่ช่างพูดคุยมักเป็นเด็กที่ฉลาด แถมยังรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี โดยคุณแม่สามารถใช้คำถามปลายเปิด

เพื่อ ก ร ะ ตุ้ น ให้เขาลองคิดและอธิบายด้วยประโยคที่ ย า ว ขึ้นได้ เช่น “อะไรที่ทำให้หนูรู้สึกดีใจ?” หรือ “ทำไมถึงชอบงานอดิเรกนี้?” เป็นต้น

2) สอนลูกให้เป็นคนดี ด้วยหนังสือนิทาน

การ อ่ า น นิ ท า น ให้ฟังก่อนนอน ไม่เพียงแค่จะช่วยให้ลูกคุ้นชินกับการใช้ภาษาและคำศัพท์ที่น่าสนใจ แต่คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถสอดแทรกคติสอนใจหรือแง่คิด

ผ่านการกระทำของตัวละคร เพื่อให้เด็ก ๆ เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แถมยังเป็นการใช้ช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันของคนในครอบครัว

3) ทำกิจกรรมที่หลากหลาย

เด็กในช่วงวัยนี้จะมีพัฒนาการที่ดีหากได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและลงมือทำ คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้พวกเขาได้ทดลองงานอดิเรกที่หลากหลาย เพื่อให้ลูก ๆ ได้ค้นพบความชอบ

และความเก่งของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาหรือการวาดภาพระบายสี ที่สามารถต่อยอดไปเป็นทักษะอื่น ๆ ได้อีกในอนาคต

4) ออกกำลังกาย เล่นกีฬา เ พิ่ ม พ ลั ง ความแข็งแรง

การมี สุ ข ภ า พ ที่ ดี เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเรียนรู้ เพราะพวกเขาจะได้ฝึกทักษะการใช้ ก ล้ า ม เ นื้ อ การเคลื่อนไหว
ร่ า ง ก า ย อย่างคล่องแคล่ว แถมเวลาที่ลูก ๆ

เสียเหงื่อยังเป็นการ ก ร ะ ตุ้ น ระบบไหลเวียนของ เ ลื อ ด ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ ส ม อ ง มีพัฒนาการที่สมบูรณ์และฉลาดขึ้นตามวัยนอกจากนี้ เมื่อเด็ก ๆ

ได้ออกกำลังหรือเล่นกีฬาพร้อมเพื่อนคนอื่น พวกเขาจะได้เรียนรู้ทักษะทางสังคมในอีกหลากหลายด้าน ทั้งการ สื่ อ ส า ร การแก้ปัญหา การมีน้ำใจ รู้แพ้ รู้ชนะ ที่จะช่วยให้ลูก

มีความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ ที่สูงขึ้นได้นั่นเอง

5) ฟังเพลง เสริมสร้างจินตนาการ

การให้ลูก ๆฝึกฟังดนตรีตั้งแต่ยังเล็กจะช่วยบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์และการผ่อนคลายทางอารมณ์ นอกจากนี้ คุณแม่ยังสามารถนำดนตรีมาดัดแปลงเป็นสื่อการสอน

ไม่ว่าจะเป็นการจดจำคำศัพท์ ใน เ นื้ อ เ พ ล ง หรือการขยับ ร่ า ง ก า ย ตามจังหวะที่จะช่วยเพิ่มสมาธิให้กับพวกเขาได้

6) ปล่อยให้ลูกได้ลองผิดลองถูก

คุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้เด็ก ๆ ได้ลองตัดสินใจทำบางสิ่งโดยมีเราคอยเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ เพราะนั่นจะเป็นวิธีที่ช่วยให้พวกเขาได้ฝึกการคิดและแก้ปัญหา ยกตัวอย่างเช่น

การออกไป ซื้ อ ของจากร้านค้าใกล้ ๆ ให้ลูกได้ลองสอบถามราคา พูดคุยกับแม่ค้าด้วยตัวเอง หากได้รับการฝึกฝนเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง พวกเขาจะเติบโตไปเป็นเด็กที่มีความมั่นใจ

และช่วยเหลือตัวเองได้

7) ฝึกความมีน้ำใจ

ก า ร แ บ่ ง ปั น และเข้าอกเข้าใจผู้อื่นเป็นอีกหนึ่งทักษะที่ทำให้ลูกเข้าสังคมได้ดียิ่งขึ้น คุณแม่อาจเริ่มต้นด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น ให้เขานำของขวัญไปมอบให้กับผู้อื่นด้วยตัวเอง

หรือฝึกให้ลูก ๆ พูด “ขอบคุณ” ทุกครั้งที่ได้รับความช่วยเหลือจนติดเป็นนิสัย

8) สอนให้เขารู้จักรักและภาคภูมิใจในตัวเอง

หมั่นชื่นชม ให้กำลังใจเมื่อลูกทำพฤติกรรมที่เหมาะสม จะช่วยให้เด็กรับรู้คุณค่าในตัวเองและกล้าแสดงออกมากขึ้น นอกจากนี้ คุณแม่ควรเน้นไปที่การชมแบบเฉพาะเจาะจง

เพื่อให้ลูกเกิดการเรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาควรทำ เช่น “เก่งจังเลย วันนี้หนูช่วยกวาดบ้าน คุณแม่เลยไม่ต้องเหนื่อย” เป็นต้น

9) ลูกเติบโตได้ดี เมื่อมีครอบครัวเป็นแบบอย่าง

ครอบครัวเป็นสังคมที่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อให้พวกเขาเกิดการซึมซับ ถ้าอยากให้ลูกเล่นกีฬา เราก็ควรที่จะอยู่

เป็นคู่ซ้อมให้กับเขาในบางครั้ง หรือถ้าอยากให้ลูกเป็นเด็กที่สุภาพ อ่อนน้อม คุณแม่ก็ต้องพูดจาด้วยน้ำเสียงไพเราะ เพื่อให้ลูก ๆ จดจำและทำตามนั่นเอง

10) อย่าลืม ส า ร อ า ห า ร ที่มีประโยชน์

อยากสอนลูกให้ฉลาดและเป็นคนดี คุณแม่ต้องใส่ใจทั้งพัฒนาการ ท า ง ส ม อ ง และ ร่ า ง ก า ย เด็กที่อยู่ในวัยเรียนควรได้รับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

พร้อมด้วยคุณค่าโภชนาการครบทั้ง 5 ห มู ่ โดยเฉพาะ อ า ห า ร ที่ เ ติ ม พ ลั ง อิ่มท้อง ให้พวกเขากระปรี้กระเปร่าพร้อมสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งวัน

เราเชื่อว่าลูกทุกคนพร้อมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต จากการดูแลอย่างใกล้ชิดของคุณพ่อคุณแม่ เพื่อให้ลูกๆ มีพัฒนาการการเติบโตและทักษะการใช้ชีวิต เตรียมความพร้อม

ให้กับพวกเขาในทุกๆด้านเมื่อเจ้าตัวเล็ก พ ย า ย า ม เต็มที่…คุณแม่อย่าลืมชื่นชมและให้รางวัลแก่เขาเพื่อเป็นกำลังใจ เขาจะได้เติบโตเป็นเด็กที่อารมณ์ดี และมั่นใจในตัวเองมากขึ้นค่ะ

อ้างอิง baby.kapook

Load More Related Articles
Load More By Stay
Load More In ข้อคิดชีวิต

Check Also

วิธีคิด 9 ข้อ ของเตี่ย ผ่านไปกี่ยุค..ก็ยังใช้ได้ดีเสมอ

9 วิธีคิดจากเตี่ย จะผ่านไปกี่ยุค ก็ยังใช้ได้อยู่เสมอ หลายคนคงจะเคยสงสัย ว่าทำไมคน จี น ที่…