Home ข้อคิดชีวิต อยากให้พ่อแม่เข้าใจ อย่ายัดเยียดการศึกษาให้ลูกมากไป (ข้อคิดดีมาก)

อยากให้พ่อแม่เข้าใจ อย่ายัดเยียดการศึกษาให้ลูกมากไป (ข้อคิดดีมาก)

2 second read
0
0
330

เข้าใจว่าทุกวันนี้การศึกษาคืออนาคต คือความหวังที่จะช่วยพลิกโอกาสให้ลูกคุณ หลายๆครอบครัวจึงทุ่มเททุกสิ่งที่มีทั้ง เงิน และ เวลา แลกกับการให้ลูกได้เรียนโรงเรียนดีๆ

คอสติวสอนพิเศษต่างๆมากมาย จนลืมไปว่าควรพัฒนาทักษะด้านอื่นควบคู่กันไปด้วย

– เมื่อลูกอายุได้ 2 ขวบ

เราส่งลูกเข้าเนอสเซอรี่ หมดค่าใช้จ่ายไปปีละ 8 หมื่น เพียงแค่คิดว่า กลัวจะพัฒนาไม่ทันเพื่อน เรียนไม่ทันเพื่อน กลายเป็นส่งลูกไปติดหวัดที่โรงเรียน เพราะวัยนี้ ภู มิ ต้ า น ท า น

ยังไม่แข็งแรงพอ ไหนจะ เ สี่ ย ง ที่จะต้องเจอกับเนอสเซอรี่ที่ไม่ดี พี่เลี้ยงที่สอบแบบผิด ๆ อีก กลายเป็นพฤติกรรมตัวอย่างที่ซึมซับมาโดยไม่รู้ตัว

– อนุบาลยันประถม

เราจัดเต็ม ทั้งใน นอกหลักสูตร ต้องกวดวิชาเพื่อเตรียมสอบเข้า ป.1 และ เสริมด้วย คณิต ว่ายน้ำ ไวโอลิน อังกฤษ จีน ไทย เทควันโด้ อูคูเลเล่ ฯลฯ กลัวลูกจะเก่ง

กลัวจะน้อยหน้าข้างบ้าน หารู้ไม่ว่าจิตนาการต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะนำพาให้ลูกคุณเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จได้ในอนาคต แต่คุณกำลังบังคับ

ให้เรียนโน้น ทำนี่ ฝึกนั่น เป็นการปิดกั้นพัฒนาการในด้านการจินตนาการและการฝึกคิดไปโดนอัตโนมัติเรากลัวว่าลูกจะไม่เก่ง แต่ไม่เคยถามความรู้สึกของลูกจริง ๆ

ว่าเขาฝันอยากเป็นอะไร หรือ… เพียงแค่เพราะ เราแค่ยัดเยียดความฝันที่เราทำไม่สำเร็จ ความล้มเหลวที่เราทำให้พ่อแม่ผิดหวังไปไว้ที่ลูก ให้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จ

เพื่อมาชดเชยปมความล้มเหลวในอดีตของเรา

– มัธยมอมเปรี้ยว

คราวนี้หนักเลยเพื่อที่จะสอบได้คะแนนดีๆ เพื่อเข้ามหาลัยดีๆได้ เรียนพิเศษทุกเย็นหลังเลิกเรียน เ ส า ร์ อาทิตย์ จัดเต็มวัน ปิดเทอมไม่มีพัก ส่งลูกเรียนซัมเมอร์ยุโรป ออสเตรลีย

บางทีลูกไม่อยากไปแต่พ่อแม่นี่แหละอยากให้ไปบางบ้านหมดเงินปีละ 6-7 แสน เพียงเพื่อให้ลูกได้เรียนในสิ่งที่คิดว่าดี
( แต่ไม่รู้ดีจริงๆไหม )

ยังไม่ทันเข้ามหาลัยกดไปเป็นสิบล้าน…!!!

– วัยทำงานคือโลกแห่งความเป็นจริง

พอลูกเรียนจบก็คาดหวังว่า ลูกฉันเลี้ยงมาอย่างพิเศษใส่ไข่ เพิ่มข้าว ดังนั้นจะจ้างลูกฉัน มันต้องแพงกว่าสิ …นี่ส่งเรียนไปสิบกว่าล้านนะ “ปัญหาคือ คุณค่าของใบปริญญา…

พ่อแม่ กับ นายจ้าง มองไม่เท่ากัน” พ่อแม่ชาวไทย ตีค่าใบปริญญาลูกรักสูงมาก เพราะเราอยู่ในกระบวนการจ่ายเงินจริง มาอย่างยากลำบาก  ย า ว น า น 20 ปี นายจ้าง กลับตีค่าไม่สูงเท่า

นายจ้างกลับมีคำถามใหญ่ 3 คำถาม คือ

1. ลูกคุณทำอะไรเป็นบ้าง

2. ลูกคุณเคยทำอะไรสำเร็จมาบ้าง

3. ลูกคุณจะมาสร้างความสำเร็จอะไรให้ที่นี่

อย่าลืมว่ายุคนี้คือยุคที่เปิดกว้าง

– ค น อิ น เ ดี ย ป า กี พร้อมจะบินมาทำงานที่กรุงเทพ เขียนโค้ด เขียนโปรแกรมเก่งยังกับคลอดออกมาจากคอมพิวเตอร์ แถมขยันขันแข็งยังกับหุ่นยนต์

– ค น ฟิ ลิ ป ปิ น ส์ อิ น โ ด ม า เ ล ย์ พร้อมจะบินมาทำงานที่กรุงเทพ พวกเขาเก่งภาษาอังกฤษ ลอจิกดี คุมงาน เป็นหัวหน้าโปรเจคต์ พรีเซนต์ดี ไม่แพ้ฝรั่ง

– ค น จี น… ไม่ต้องพูดถึง ความขยัน อ่ า น ขยันขายของ ขยันพบลูกค้า ใจสู้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดนด่าไม่ยุบ พวกนี้คือยอด
เ ซ ล ล์ แ ม น

แต่กับคนไทย ปริญญามหาลัยมันเริ่มจะเบลอๆ ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เหมือนรุ่นพ่อแม่ แน่นอนว่าย่อมมีบางคน ได้ไปต่อเจริญรุ่งเรืองโกอินเตอร์…แต่ก็มีจำนวนมากที่แป้กตั้งแต่อายุยังน้อย

ความเห็นส่วนตัว

ถ้าพ่อแม่ชาวไทย ( ส่วนหนึ่ง ) ที่ ล ง ทุ น กับการศึกษาลูกด้วยเงินจำนวนมากๆ ลองปรับแนวคิดสักเล็กน้อยลองประหยัดเงินบางส่วน แล้วนำเงินก้อนเดียวกันนี้ เริ่มทำธุรกิจให้ลูก

ในช่วงปิดเทอมให้ลูกได้ใช้ความ พ ย า ย า ม ลองผิดลองถูก ริเริ่ม สร้างสรร เป็นผู้ประกอบการ ในยุคสมัยที่อาชีพการงานไม่เป็นใจในอีก 10-15 ปีข้างหน้าลองเผื่อเวลา

จากการศึกษาที่จัดเต็ม ( เกินไป ) ให้เขาได้ลองเรียนรู้ ริเริ่ม ลองเขียนหนังสือ ลองเขียนโปรแกรมสร้างแอพ ลองออกแบบลองรับงานแปล ลองขายของ ลอง ล ง ทุ น ฯลฯ

จนท้ายที่สุด… ลองหาเงินด้วยตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะเข้าเรียนมหาลัย ถ้าเขาสามารถส่งตัวเองเรียนได้ หรือ มีรายได้มาแบ่งเบาภาระเรื่องค่าการศึกษาได้บ้างอันนี้จะช่วยพัฒนาเขาได้

ไม่แพ้การศึกษาในระบบที่แสนแพง พ่อแม่ได้ภูมิใจ ลูกได้ฝึกภูมิต้านทาน และ ความแกร่งเพราะเงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถ ซื้ อ ส ม อ ง ให้ลูกคุณได้ ซึ่งหมายถึง

ส ม อ ง จ ริ ง ๆ ไม่ใช่คะแนนสอบที่สูงลิ่ว แต่คิดอะไรเองไม่ได้ เริ่มต้นทำอะไรเองไม่เป็น อันนั้นไม่ได้เรียกว่าฉลาด แต่เรียกว่าท่องจำเก่ง แล้วนำไปทำข้อสอบได้

มันคงจะดีกว่านี้สำหรับลูกคุณถ้าทั้งเก่งในข้อสอบและเก่งในทักษะชีวิตจริง

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก : นิ้วโป้ง Fundamental VI

Load More Related Articles
Load More By Stay
Load More In ข้อคิดชีวิต

Check Also

7 สัญญาณที่บอกว่า เขาเลิกกับเราแล้ว 50% (รู้ไว้จะได้แก้ไขทัน)

1 หลุดจากวงโคจรคู่ไปแล้ว อ่ะ ถึงแม้ว่าคุณทั้งคู่จะไม่ใช่คู่รักประเภทต้องใช้ App สำหรับคู่ร…