Home ข้อคิดชีวิต อยากให้มันเตือนสติ หัดพูดรักษาน้ำใจไว้บ้าง..เพื่อตัวคุณเอง

อยากให้มันเตือนสติ หัดพูดรักษาน้ำใจไว้บ้าง..เพื่อตัวคุณเอง

1 second read
0
0
170

บทความนี้ถูกเขียนขึ้นจากความรู้สึกที่ อย ากจะ “เตือนตัวเอง” จากความรู้สึกผิด ในวันที่เราเคยใช้คำพูดทำร้ า ยจิตใจคนรอบตัวเรา ให้เขารู้สึกแ ย่โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยว่า เราจะเสียเพื่อนสนิท

เสียลูกน้องที่ทำงานไป คุณรู้สึกอย่างไรคะ เมื่อถูกตำหนิแรงๆ ถูกบ่น ถูกว่า โดนด่า จิกหัวใช้ หรือโดนดูถูก เก็บความรู้สึกที่เคยได้รับเหล่านี้ใส่กล่องความรู้สึกของคุณเอาไว้ค่ะ ว่าคุณคุณรู้สึกแ ย่กับมันขนาดไหน

แล้วลองเอามาคิดกลับกันดูว่า ถ้าบังเอิญคุณสบถคำหรือกิริย าเหล่านี้ออกไปกับคนอื่นโดยไม่รู้ตัวละก็ คนที่ได้รับเค้าจะเก ลีย ดคุณมากขนาดไหน คุณคิดว่า พูดรั กษ าน้ำใจ กับ พูดตรงๆ คุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน

คุณอาจจะบอกว่าชอบ “พูดตรงๆ” นะ เพราะมัน ชัดเจนดีเข้าใจง่าย ไม่อ้อมค้อม ไม่เวิ่นเว้อ ไม่น่ารำคาญ มีอะไรคุยมาเลยแมนๆคุยกัน แต่บางทีการพูดที่มันตรงมากเกินไปมันก็กลายเป็นพูดขวานผ่าซาก เปรี้ยง

แสกลงมาที่กลางหน้าเรา เราอาจรู้สึกเฟลรู้สึกแ ย่ไปเลยก็ได้ เมื่อการพูดมันตรงไปซะทุกเรื่องก็ทำให้คนฟังเกิดอารมณ์หงุดหงิด บันดาลโทสะ ฉุนเฉียว ไม่พอใจ ความเห็นไม่ตรงกัน ถึงกับทะเลาะกัน

ตีกันได้ใช่ไม๊ล่ะคะ พูดยังไงให้คนรักเรา พูดยังไงให้คนเค้าอย ากร่วมงานกับเรา พูดแล้วให้รู้สึกน่าฟังอย ากฟังต่อ พูดแล้วให้เค้าสนใจตั้งใจฟัง พูดแบบไม่ไปกดใครให้ต่ำลง

พูดแล้วเค้ารู้สึกได้ว่าเราจริงใจ ทุกอย่างมันมีศิลปะในตัวของมันเองค่ะ

1. เริ่มประโยค ด้วยความเป็นกันเอง

อาจจะเป็นการไต่ถาม ส า ร ทุกข์สุกดิบด้วยความห่วงใยและใส่ใจในคำตอบของเขา อย่ าลืมใช้คให้ำสุภาพ เหมาะสม และนุ่มนวลด้วยนะคะ “เป็นยังไงบ้างหยุดย าวที่ผ่านมา ไปเที่ยวไหนมาบ้างคะ”

การใช้ความเป็นกันเองจะทำให้อีกฝ่าย รู้สึกผ่ อ นคลายและเป็นมิตรด้วยนะคะ อีกเรื่องคืออวัจนะภาษาค่ะ ลักษณะท่าทางการพูดที่ถูกถ่ายทอดออกมาระหว่างดวงตาเราหรือการสัมผัสบางอย่างเช่น

การแตะไหล่เพื่อให้กำลังใจ การจับมือเพื่อปลอบปะโลม ปรบมือให้เพื่อให้กำลังใจ ก็เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณและเค้าเข้าถึงกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

2. ฝึกพูด คำว่า “ไม่” แล้วชีวิตคุณจะ “ใช่”

เพราะคำว่า “ไม่” มันพูดให้ดูดีย าก พูดให้ความหมายเป็นบวกได้ย ากมาก คำบางคำเป็นคำที่มักนำมาใช้ทำร้ า ยจิตใจคนอื่น แสดงถึงความไม่พอใจในตัวเขาหรืองานของเขา หลายคนใช้คำนี้

จนติดเป็นนิสัยซึ่งไม่เป็นผลดีกับตัวคุณเองเลยล่ะค่ะ อย ากให้ลองเปลี่ยนวิธีใช้มันดูนะคะ เช่น “ลองทำแบบนี้ดูดีไหม” “แบบนี้ก็ดีนะ ถ้าเพิ่มส่วนนี้อีกหน่อยคุณคิดว่าจะเป็นยังไงคะ”

แปลว่า เราไม่ได้ปฏิเสธความคิดของอีกฝ่ายแต่ลองแนะนำเพิ่มเติมเสมือนการชี้แนะเขา

3. มองให้ได้ 3 มุม

การพูดเป็นดั่งดาบ 2 คม ไม่ทิ่มแ ทงเค้า ก็ย้อนกลับมาแ ทงที่ตัวเราเอง “สติ” อย่างเดียวอาจไม่พอ คุณต้องฝึกกระบวนการการคิดอย่างมีสติและวิเคราะห์ไปพร้อมๆกันด้วยค่ะ ดูว่าธรรมชาติของเค้าเป็นคนอย่างไร

เรื่องไหนควรพูด เรื่องไหนไม่ควรพูด แต่ที่สำคัญไปมากกว่านั้น ทุกครั้งถ้าจะมีการตำหนิ ตัดเตือน แก้ไขข้อผิดพลาดของงาน ให้ลองมองให้ได้ 3 มุม

1. มุมของเรา

เรามองว่าอย่างไร ในตำแหน่ง หน้าที่เรา เราควรมองแบบไหน แก้ปัญหาอย่างไร

2. มุมของเค้า

ถ้าเราเป็นเค้าเราจะทำอย่างไร ถ้าเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

โดนแบบนี้เหมือนกันเราจะรู้สึกอย่างไร แล้วเราจะแก้ปัญหานั้นแบบไหน

3. มุมของบุคคลที่3 หรือคนอื่นๆ ที่มองดู 2 คนนี้อยู่

เค้าทำอะไรกัน ปัญหาคืออะไร เล็ก ใหญ่แค่ไหน ขนาดที่จะต้อง

ทะเลาะกันเลยอย่างนั้นหรือ ทะเลาะด้วยเรื่องนี้เหตุผลมาจากอะไร

เป็นต้นถ้าคุณมองให้ได้ครบทุกมุม คุณจะมองเห็นทุกด้านของความคิด

เข้าใจเค้า เข้าใจเรา เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดมากขึ้น

4. อย่ าติใคร ต่อหน้าคนอื่น

ไม่มีใครชอบการถูกตำหนิค่ะ เราก็เช่นกันใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งโดนด่าต่อหน้าคนอื่นด้วยแล้วล่ะก็ มันช่างเ จ็บแค้นแสนสาหัสเสียเหลือเกินจริงๆ การด่าใครต่อหน้าคนอื่นมันเป็นการตั้งใจฉีกหน้าเค้าให้พังยับชนิดที่เรียกว่า

คนที่โดนด่านั้นจะจำฝังใจไปจนวันต า ยเลยทีเดียว และความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเค้าจะเสียไปในทันที สุดท้ายแล้วไม่มีฝ่ายไหนชนะ ไม่มีใครได้ประโยชน์จากการทำแบบนี้ค่ะ เพราะฉะนั้นแล้ว

ถ้าไม่ใช่เรื่องที่มีผลกระทบต่อส่วนรวมแนะนำว่าไม่ควรทำอย่างยิ่งค่ะ

5. มีศิลปการชม

ชมเมื่อเค้าทำดี ทำงานได้ดี ช่วยเหลือผู้อื่น มีผลงานที่ดี ทำตัวดี คุณก็ควรชมเค้าด้วยใจที่ปรารถนาดี คำพูด คำจา น้ำเสียงที่ดี หน้าตาปลื้มปิติพลอยยินดีไปกับเค้าด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อความรู้สึกมากนะคะ

คนที่ถูกชมเค้าจะเหมือนได้รับของขวัญพิเศษจากคุณ ทำให้มีแรงผลักดัน มีพ ลังที่จะทำสิ่งนั้นให้ดียิ่งๆขึ้นไป การมีศิลปการชมที่ดีนั้น ไม่จำเป็นจะต้องชมที่ผลงานของเค้าเท่านั้นค่ะ อย ากให้ลองชมความน่ารักของเค้า

ความมีน้ำใจ ความเอาใจใส่ที่เค้ามีต่อคุณ ชมเครื่องแต่งกาย ชมพาหนะ ชมกระเป๋าถือเค้า หรือสิ่งรอบๆตัวเค้า เพียงเท่านี้ก็เป็นการสร้างความสุขให้เค้าได้แล้ว และเค้าจะเกิดภาคภูมิใจเกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง

แล้วเขาจะรักเรา แม้เคยเป็นศั ต รูกันโกรธไม่มองหน้ากันก็จะหายโกรธเราค่ะ ลองดูนะคะ

6. อย่ ารั กษ าน้ำใจด้วยการพูดอะไรที่มันไม่จริง

บางคนเข้าใจผิดว่าการพูด “รั กษ าน้ำใจ” เป็นการพูดในสิ่งที่มันไม่จริงเพื่อให้เค้ารู้สึกดี และบางทีคนเรา ก็ชอบที่จะ “รั กษ าภาพพจน์”(ที่ไม่จริงของตัว  เอง)มากกว่ารั กษ าน้ำใจ จึงเลือกพูดไป

ในสิ่งที่มันไม่จริงเพราะกลัวว่าถ้าเราพูดความจริงไป “เราจะดูไม่ดี และบางทีก็รั กษ าน้ำใจ ด้วยการไม่บอก” ซึ่งทั้งการพูดอะไรที่มันไม่จริงและทั้งการไม่บอก มันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำค่ะ เพราะนอกจากจะ

เป็นเหมือนการสนับสนุนการกระทำของเค้าแล้ว ทำให้เขาไม่รู้ตัว แถมยังหลงละเลิงว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้องดีแล้ว “คิดทุกคำก่อนที่จะพูด แต่ไม่จำเป็นต้องพูด ทุกคำที่เราคิด” ไม่พอค่ะ ต้องเลือกใช้คำที่จะพูดให้เหมาะสมด้วย

7. เจอคำถามที่ต้อง “ฟั นธง” หรือ “ตัดสินใจ” บางอย่างแล้วเราไม่แน่ใจ ตอบยังไงให้ดูดี

ถ้าต้องมีการตอบคำถามที่เป็นคำถามปลายปิด “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ควรหรือไม่ควร ดีหรือไม่ดี คุณคิดอย่างไร ต้องทำอย่างไร เจอคำถามพวกนี้แล้วเราไม่รู้หรือไม่แน่ใจในคำตอบ ปัญหาคือถ้าเราไม่ตอบ

เราก็ดูแ ย่ ถ้าเราตอบแล้วตอบผิด ก็ดูแ ย่ไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นทางเลือกของเราให้เราแถได้แบบแถแล้วดูดี หลักมันอยู่ตรงนี้ค่ะ

⁃ คำตอบของคุณจะต้องไม่ไปพาดพิงใคร ไม่เป็นการตำหนิใคร

⁃ ใช้เหตุมีผลมารองรับ จะให้น้ำหนักกับคำตอบมากขึ้น ตอบช้าๆได้ค่ะ

ไม่เป็นไร ค่อยๆใช้ความคิด ตอบอย่างมีสติ ระบุถึงเหตุผลที่มาที่ไปให้ชัดเจน

⁃ คุณสามารถอธิบายได้นะคะในบางเรื่อง ว่าเรื่องนี้ “ไม่เกี่ยวกับเราโดยตรง”

ด้วยลักษณะงานแล้ว “ดิฉันอย ากช่วยมากๆเลยค่ะ เลยอย าก แนะนำ

ให้ลองปรึกษาทาง จะได้คำตอบที่ชัวร์กว่านะคะ” นี่คือการปฏิเสธแบบรั กษ าน้ำใจ

⁃ ถามกลับไป ทวนคำถามเพื่อ พิจารณามุมมองของเขา แล้ว “คุณคิดยังไงบ้างคะ”

แต่กรณีนี้เราต้องมีการเพิ่มเติมความคิดเห็นของเราลงไปบ้างนะ เค้าจะได้

รู้สึกได้ว่าเรากำลังพย าย ามช่วยหาคำตอบอยู่

⁃ หาคำตอบมาให้ภายหลัย คุณสามารถตอบในลักษณะที่ว่า

“ดิฉันทราบแต่เพียงว่า… ส่วนที่เพิ่มเติมจะรีบไปค้นหาคำตอบมาให้นะคะ”

“วิธีพูดอย่างไรให้คนรักนี้” ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นประโยชน์

กับท่านผู้อ่ านทุกท่านนะคะ และขอขอบคุณจากใจที่อ่ านมันจนถึงบรรทัดนี้

แต่สิ่งนี้คงจะเป็นได้เพียงคำแนะนำสั้นๆ ที่ถูกเลื่อนหายไปจากฟีตหน้าเ ฟสบุ๊ ค

ของคุณเท่านั้น ถ้าคุณไม่ลองเปิดใจ!!

ขอขอบคุณที่มา : followmeperfume.com

Load More Related Articles
Load More By Stay
Load More In ข้อคิดชีวิต

Check Also

5 เคล็ดลับดูแลตัวเอง ที่ผู้หญิงทุกคนควรทำ

ความสวย ความดูดี เป็นเรื่องที่ผู้หญิงยอมกันไม่ได้จริง ๆ ดังนั้นจึงต้องให้ความใส่ใจดูแลตัวเ…