Home ข้อคิดชีวิต 5 นิสัยของหัวหน้า เลิกทำกับลูกน้องได้แล้ว

5 นิสัยของหัวหน้า เลิกทำกับลูกน้องได้แล้ว

18 second read
0
0
83

หัวหน้าคืออาชีพ ของการบริหารคน ที่ต้องบริหารให้ทุกคนในทีมทำผลงานบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ ก็จะทำได้ดี

เป็นผู้นำที่ได้ทั้งใจคนและได้ผลของงานที่ดีด้วยแต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมี หัวหน้าหลายๆ คน ที่เผลอน้อยใจว่า ทำไมลูกน้องของตนเองนั้นไม่มีความคิดสร้างสรรค์

ขี้เกียจ ไม่มี พ ลั ง ไม่เปิดใจ ถามคำตอบคำ จนทำให้ยอดขายตก คู่แข่งแซงหนีไปลิ่ว ฯลฯ  ซึ่งสาเหตุอาจไม่ได้ มาจากลูกน้องโดยตรง แต่เป็นผลมาจากตัว หัวหน้า

เองที่อาจมีพฤติกรรม ไม่ดีที่ ทำ ล า ย ประสิทธิภาพการทำงานของลูกน้องได้ โดย 5 พฤติกรรม ที่เราอาจเผลอทำบ่อย ๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำกับลูกน้อง ได้แก่

1.พูดจาแนะนำ สอนสั่ง โดยไม่ให้เกียรติ

“โชคดีแค่ไหนแล้วที่ยังมีงาน ให้ทำในช่วงวิกฤ ต แบบนี้”, “พี่ขอร้องเถอะนะ ไม่ต้องคิดที่จะทำอะไรเองเลย พี่เป็นหัวหน้า แค่ทำตามที่พี่สั่งก็พอ เข้าใจไหม โอเค้” ฯลฯ

ลักษณะคำพูดทำนองนี้ ถือเป็นพฤติกรรม ที่ไม่ควรทำ เพราะลูกน้องของเราก็เป็นผู้ใหญ่ เป็นเพื่อนร่วมงานของเราซึ่งการสอนผู้ใหญ่จะไม่เหมือนกับการสอนลูก สอนเด็ก

คนทำงานทุกคนมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนไม่มากก็น้อย พวกเขาต้องการแรงจูงใจต้องการประโยชน์ ที่จะได้รับจากการทำตามที่เราแนะนำ What’s in it for me?

ลูกน้องทุกคนต้องการความเคารพ การให้เกียรติ เช่นเดียวกันกับเรา ซึ่งไม่ใช่ไปยกมือไหว้ หรือยกยอปอปั้นเขา แต่เป็นการให้เกียรติในมุมมองการทำงานของเขา และ

ประสบการณ์การทำงานของเขา

2.ตำหนิลูกน้องต่อหน้าเพื่อนร่วมงานคนอื่น

“ทำไมคุณถึงมีปัญหา อยู่คนเดียว คนอื่นเขาไม่เห็นมีปัญหาแบบนี้เลย”, “คุณอยากได้นู่นได้นี่ แต่ผลงานไม่เห็นเคยมีปรากฎเหมือนคนอื่นเลยนะ สักแต่พูดแต่คุณไม่เคยทำได้เลย” ฯลฯ

ถ้อยคำ ตำ ห นิ ต่อว่าลูกน้องทำนองนี้ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน และลูกน้องคนอื่น ๆ รวมถึงการเปรียบเทียบว่า คนหนึ่งดีแต่อีกคนไม่ดี เป็นการทำให้คนเสียหน้า เสียใจ เสียความรู้สึก

ซึ่งเป็นสิ่งที่หัวหน้าไม่ควรทำอย่างยิ่งคำแนะนำในการปรับเปลี่ยนคือควรเรียกลูกน้อง เข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัว แล้วพูดถึงพฤติกรรม ที่เฉพาะเจาะจงของเขาไปเลยว่า

ทำอะไรผิดพลาด เราอยากให้เขาปรับปรุงแก้ไข อย่างไรเช่น คุณมาสาย 2 ครั้งสัปดาห์นี้ 8.30 น. และ 9.45 น. ในขณะที่ต้องเข้างาน 8.00 น. ตรง ผมขอให้มาทำงานให้ตรงเวลานะ

แล้วเริ่มประชุมตอน 8.15 น. ตามที่เคยตกลงไว้ คุณเป็นคนสำคัญที่จะใส่ ความคิดสร้างสรรค์ให้กับทีมงาน คุณทำได้ไหม คิดเห็นอย่างไร

3.ปิดกั้น ความคิดเห็นและไอเดียของลูกน้อง

หลายครั้ง หัวหน้าหลาย ๆ คนก็มักชอบพูดทำนองว่า “ไอ้ที่เสนอมามันก็ดีนะ แต่ว่าก็ลองกันมาหมดแล้ว มันไม่เวิร์ค อย่าเสียเวลาเลย” ฯลฯ ประโยคแบบนี้เป็นอีกหนึ่งสิ่ง

ที่หัวหน้าต้องหยุดพูดเพราะหน้าที่ของหัวหน้าที่ดีคือ ต้อง พ ย า ย า ม สร้างสรรค์ให้ลูกน้องกล้าพูด กล้านำเสนอ “Encourage People to bring their brain to work.”

ต้องสนับสนุนให้ทุกคนใช้ส มอง ในการทำงานไม่ใช่หัวหน้าเก็บเอาไว้ คิดคนเดียว ทำทุกอย่างคนเดียว เอา Task List เอางานกลับไปทำที่บ้านคนเดียว จนเหนื่อยท้อ

หัวหน้าที่ดีจะต้องสนับสนุนให้ทุกคนทำงาน เพื่อให้เขาเติบโตเพราะเขาเองก็สามารถทำได้ดี และอยากทำให้ดีที่สุดในอาชีพของเขาด้วยเหมือนกัน

4.ทำให้ความผิดของพนักงานส่วนน้อย กระทบกับ บ ร ร ย า ก า ศ การทำงานโดยภาพรวม

เช่นในกรณี แค่เรื่องมาสายของลูกน้องคนเดียว แต่เราโกรธมาก เพราะรู้สึกว่าเขาไม่รับผิดชอบ เห็นแก่ตัว จึงออกคำสั่งกับลูกน้องทุกคนว่า “การมาสายเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง

ต่อไปนี้ทุกคนต้องมาทำงานให้ตรงเวลาไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษอย่าง รุ น แ ร ง” พร้อมกับส่งอีเมลกำชับให้ทราบโดยทั่วกัน การกระทำลักษณะนี้ ของหัวหน้า ถือเป็นการ

เอาความผิดเล็กๆ ของคนๆ เดียวมาเหมารวมทุกคน ทำให้เป็นเรื่องใหญ่เอาความผิดของคน 1 คนมา ทำ ล า ย ขวัญ กำลังใจ และ บ ร ร ย า ก า ศ ในการทำงานจนหมดสิ้น

ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีกับลูกน้องทุกคนเป็นวงกว้าง เวลาที่เราต้องการจะปลุกใจคน ดึง พ ลั งของคนขึ้นมา บ ร ร ย า ก า ศ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เราบังคับ

ให้ม้ากินน้ำไม่ได้ แต่เราจูงม้าไปที่แม่น้ำ และสร้าง บ ร ร ย า ก า ศ ให้ม้าอยากกินน้ำได้ ด้วยการทำให้เห็นม้าตัวอื่นกินน้ำ กินน้ำแล้วมีความสุข จนเกิดความอยากกินตามไปด้วย

เพราะฉะนั้น หน้าที่ของหัวหน้าจึงต้องพึงระวังคำพูด รวมถึงท่าทางและน้ำเสียงของตัวเอง เพื่อรักษา บ ร ร ย า ก า ศ ที่ดีในการทำงานเอาไว้ให้ได้ รักษาขวัญและ

กำลังใจของลูกน้องเอาไว้ให้ได้

5.กล่าวคำชมเชยแบบไม่เฉพาะเจาะจง

บางครั้งหัวหน้าก็อยากสวมบทบาท เป็นนางฟ้าที่คอยชื่นชมให้กำลังใจพนักงาน แต่คำชมของเราบางทีก็กว้างเกินไป ไม่เฉพาะเจาะจง จนบางครั้งลูกน้องรู้สึกว่า

“หัวหน้าเสแสร้ง”เช่น Oh! Nice job everybody, today you did a good job. “วันนี้ทุกคนทำดีมาก โอ้ ประเสริฐ ยอดเยี่ยม” คำชมทำนองนี้มีลักษณะกว้างเกินไป

ควรปรับให้มีความเฉพาะเจาะจงลงไปเลยเช่น วันนี้ตอนที่น้องแก้ปัญหา ให้ลูกค้า น้องใช้เทคนิคการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงประเด็น น้องใช้น้ำเสียงไพเราะ

ยิ้มแย้มแจ่มใส พี่ขอบคุณมากนะคะ เป็นต้นการกล่าวคำชมแบบเฉพาะเจาะจง พฤติกรรม จะทำให้เกิดการทำซ้ำแล้วซ้ำอีกในวิธีการทำงานที่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลดีต่อ

ประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เวลาที่หัวหน้าสั่งงาน ก็ควรสั่งให้ชัดเจน เพราะบางทีเราก็โมโห เพราะความไม่ชัดเจนของเราเอง เช่น ส่งงานพี่พรุ่งนี้เช้านะทุกคน พรุ่งนี้เช้าต้องได้งานทันที

แต่คำว่าพรุ่งนี้เช้าก็ไม่ชัดเจนว่าคือกี่โมง พอ 9 โมงเช้าไม่มีใครมาส่งงาน ที่โต๊ะเราก็หงุดหงิดโมโห ทั้งที่จริง ๆ แล้ว 10 โมง หรือ 11 โมง ก็ยังถือว่าเช้าได้อยู่ดังนั้น

ในการสั่งงานของหัวหน้า จึงควรระบุให้ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดเช่น ส่งงานพร้อมกันที่โต๊ะพรุ่งนี้เช้า ก่อน 8.00 น. เป็นต้น ลูกน้อง จะทำงานได้ดีแค่ไหน

ดึงเอาศักยภาพของตัวเองออกมาสร้างผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด หัวหน้าถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมากโดยเป็นได้ทั้งคนที่คอยส่งเสริมและคอย บั่ น ท อ น

ในเวลาเดียวกันขึ้นอยู่กับว่าดูแลแนะนำ และปฏิบัติต่อลูกน้องอย่างเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้น ในทุก ๆ สถานการณ์ของการทำงานหัวหน้าจึงมีหน้าที่เสริมสร้าง พ ลั ง

ให้กับทีมลูกน้องทุกคน โดยต้องคอยหลีกเลี่ยงพฤติกรรม ไม่ดีที่จะส่งผลเสีย บั่ น ท อ น ไฟและกำลังใจในการทำงานของลูกน้องให้ได้มากที่สุด

ขอขอบคุณ panjit

Load More Related Articles
Load More By Stay
Load More In ข้อคิดชีวิต

Check Also

นิสัย 9 ข้อไม่ควรมี ถ้าจะเป็นเถ้าแก่เงินล้าน

การจะทําธุรกิจซักอย่างหนึ่งให้ประสบความสําเร็จให้ได้นั้นคุณต้องวางแผนการอย่างรัดกุม ยิ่งถ้…